FREE SHIPPING ON ALL ORDERS OVER 400 THB

Allergy in Dogs and Cats: Part 2

10 ตุลาคม 2565
ระยะเวลาการอ่าน : 5 นาที

จากที่เรารู้ว่าภาวะภูมิแพ้คืออะไร มีประเภทไหนบ้างใน Allergy in Dogs and Cats: Part 1 นั้น ในครั้งนี้เราจะมาลงถึงรายละเอียดของภาวะภูมิแพ้จากแต่ละปัจจัยกันค่ะ 

1. Flea or insect bite allergy

ภาวะภูมิแพ้จากแมลงกัด เป็นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อแมลงที่มากัดหรือมาต่อย เช่น แมงมุม เห็บ หมัด แมลงวัน ยุง มด ผึ้ง ตัวต่อ เป็นต้น ที่ทำให้เกิดการแพ้ต่าง ๆ ขึ้นมา

น้ำลายหมัดเป็นสารก่อภูมิแพ้จากแมลงที่พบได้ทั่วไปในน้องหมาน้องแมว ซึ่งตัวน้ำลายหมัดนี้เองจะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ผิวหนังจากหมัด หรือ Flea Allergy Dermatitis (FAD) โดยส่วนมากน้องหมาน้องแมวจะคันตรงตำแหน่งที่ถูกหมัดกัด และพยายามกัดหรือเกาตัวเอง จนเกิดแผลหรือขนร่วงเป็นบริเวณกว้างได้ โดยเฉพาะบริเวณโคนหาง ซึ่งเส้นขนบริเวณนั้นแตกหักง่ายขึ้นได้ถ้าหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

2. Food allergy (Food hypersensitivity)

ภาวะภูมิแพ้อาหาร สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต แต่ส่วนมากจะเกิดจากโปรตีน เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อวัว เนื้อไก่ ไข่ไก่ เนื้อแกะ ถั่วเหลือง เป็นต้น  นอกจากนี้การแพ้อาหารสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัยอีกด้วย

อาการหลักที่พบในน้องหมาน้องแมว คือ คัน แต่ก็ยังมีอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เช่น หูชั้นนอกอักเสบ และ ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นต้น

3. Inhalant allergy (Atopy)

ภาวะภูมิแพ้จากการหายใจหรืออีกชื่อเรียกว่า Atopy กล่าวคือภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมนั่นเอง โดยสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการได้หลัก ๆ คือ เกสรต้นไม้ ละอองจากหญ้า หรือจากเมล็ด เชื้อรา ตัวไรฝุ่นตามบ้าน ซึ่งน้องหมาน้องแมวที่แพ้จะมีอาการเกาบริเวณหน้า หรือเอาหน้าไถพื้น เลียตามขา และ ฝ่าเท้า เป็นต้น

4. Contact allergy

ภาวะภูมิแพ้จากการสัมผัส เป็นประเภทที่พบได้น้อยสุดในน้องหมาน้องแมว คือการแพ้จากการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งที่ทำให้แพ้ เช่น Pyrethrins ที่เจอในปลอกคอกันหมัด หรือยาฆ่าแมลงที่ใช้ในสวน อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ขนสัตว์ หรือที่นอน พรมเช็ดเท้า อาการที่เห็นคือ แพ้หรืออักเสบที่ผิวหนัง และคันตรงที่ได้รับการสัมผัส โดยเฉพาะเท้าและช่วงท้อง ในกรณีนี้มีวิธีการแก้คือ นำของที่ทำให้แพ้ออก

การสังเกตอาการ

อาการแสดงออกส่วนใหญ่มักเกิดจากการกัดหรือเกาของตัวสัตว์เอง ร่วมกับการติดเชื้อแทรกซ้อน โดยมีการศึกษาพบว่าน้องหมาที่เป็นโรคภูมิแพ้จะพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนถึง 66% หูอักเสบ 50% ติดเชื้อยีสต์ 33%

ตำแหน่งของรอยโรค ร่องรอยการเกา ผิวอักเสบ แดง ขนร่วง ที่มักพบได้แก่ ขาหน้า (79%) ขาหลัง (75%) ท้อง (66%) รักแร้ (62%) อย่างไรก็ตามน้องหมาน้องแมวที่เป็นโรคภูมิแพ้แต่ละตัวอาจมีตำแหน่งและการกระจายของโรคที่แตกต่างกันจึงวินิจฉัยจากลักษณะที่แสดงออกได้ค่อนข้างยาก

การป้องกัน

โดยปกติแล้วถ้าน้องหมาน้องแมวมีอาการที่น่าสงสัยว่าเป็นภาวะภูมิแพ้ขึ้นมา แนะนำเพื่อน ๆ พาน้องไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่สะดวก เพื่อให้คุณหมอตรวจโรคและวินิจฉัยต่อไป ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และมีแนวทางการรักษาอย่างไรให้เหมาะสมค่ะ

การป้องกันได้เบื้องต้น คือ การดูแลความสะอาดและสุขภาพของน้องหมาน้องแมวอย่างสม่ำเสมอ เลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง มีการป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำค่ะ

เขียนโดย
คุณหมอนีท ผู้รักสัตว์แทบทุกชนิดบนโลก ชื่นชอบอาหาร และหลงใหลในธรรมชาติ

ที่มา
https://vvetclassroom.com/CE/Topic/b36aa972-ac2f-4b9c-975c-40e3895353aa 
https://www.msdvetmanual.com/integumentary-system/food-allergy/cutaneous-food-allergy-in-animals

Shopping Cart